โรบิน ริอานน่า เฟนตี

posted on 11 Sep 2011 20:49 by sasupansa

ชื่อเกิด

โรบิน ริอานน่า เฟนตี

วันเกิด 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531
แหล่งกำเนิด ประเทศบาร์เบโดส
แนวเพลง ฮิปฮอป,อาร์แอนด์บี
อาชีพ นักร้อง, นางแบบ, นักแต่งเพลง
ปี 2548 – ปัจจุบัน
ค่าย Def Jam
เว็บไซต

rihannanow.com

โรบิน ริฮานน่า เฟนตี (อังกฤษ: Robyn Rihanna Fenty, ออกเสียงว่า riːˈɑːnə) หรือรู้จักในไทยในชื่อ ริฮานน่า เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 เป็นนักร้องชาวบาร์เบโดส เชื้อสายครีโอล ปัจจุบันเธออยู่ที่ซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย ริอานน่าเป็นนักร้องหญิงชาวบาร์เบโดสคนที่แรก และเป็นชาวบาร์เบโดสคนที่ 2 ที่ได้รับ

ริอานน่าเป็นนักร้องแนวฮิปฮอป,อาร์แอนด์บี แต่ในทุกๆอัลบั้มเธอก็ได้ผสมผสานเพลงป๊อปได้อย่างลงตัว ปัจจุบันริอานน่าสังกัดค่ายเดฟ แจม ของยูนิเวอร์แซลมิวสิก และมีผลงานด้านดนตรีอย่างสืบเนื่อง

อัลบั้มชุดแรก Music of the Sun ออกวางขายในเดือนสิงหาคม 2005 มีเพลงดังอย่าง "Pon de Replay" (อันดับ 2 อเมริกา) เธอได้ถ่ายภาพขึ้นปกนิตยสารในลอสแอนเจลิสและแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในเรื่อง "Bring It On Yet Again"[1]

และในปี 2006 ได้ออกผลงานอัลบั้มชุดที่ 2 A Girl like Me มีเพลงดัง "SOS" ที่ใช้ดนตรีแนวอีเล็กโทร-ฟังก์จากเพลง "Tainted Love" แห่งยุค 80 ของวง Soft Cell"[1] เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงอันดับ 1 ในอเมริกาของเธอเพลงแรก เพลงนี้ถูกใช้ประกอบโฆษณาไนกี้ ส่วนซิงเกิ้ลที่ 2 "Unfaithful" เธอได้ร่วมงานนักร้องอาร์แอนด์บี นี-โย เพลงนี้สามารถขึ้นถึง 6 บนชาร์ทในอเมริกา

อัลบั้มชุดที่ 3 Good Girl Gone Bad ในปี 2007 กับซิงเกิ้ลแรก "Umbrella" (ร่วมร้องโดย เจย์-ซี) ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกาและอีกหลายประเทศ รวมทั้งในสหราชอาณาจักรที่อยู่บนอันดับ 1 นานถึง 10 สัปดาห์

 

เดือนกันยายน 2007 เธอคว้ารางวัล วิดีโอแห่งปี (Video of the Year) จากเพลง "Umbrella" ในงานเอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส ไปได้ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดรางวัลหนึ่งของปี รวมถึงยังได้รับรางวัล ซิงเกิลสุดเฉียบขาดแห่งปี (Monster Single of the Year) ไปได้[2] และยังมี good gorl gone bad remix อีกด้วย อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตมากมายเช่น Shut up and drive, hate that I love you ที่ได้ร่วมงานกับ Ne-yo,Take a bow, Disturbia และ Rehab ที่ได้ร่วมงานกับ Justin Timberlake และ Timbaland

 

 

คำถามทบทวน

posted on 18 Jul 2011 21:26 by sasupansa
 
1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
ตอบ สิ่งต่างๆที่สื่อสารให้เราเข้าใจ เป็นสื่อประสม โดยใช้สื่อในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ข้อความ เสียง รูปภาพ หรือ ภาพเคลื่อนไหว สำหรับให้ข้อมูลความรู้
 
2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งที่พิมพ์อย่างไร
ตอบ มีความสะดวกมากกว่า โดยไม่จำเป็นต้องถือเอกสารให้เมื่อยมือ และเกิดเห็นฉุกเฉินในเวลาผลตกกระดาษเปียก และยังทำให้เข้าใจได้มากกว่า โดยที่มีเนื้อหาเยอะขึ้น โดยไม่เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ
 
3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง
ตอบ ตัวหนังสือ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
 
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft Powerpoint แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ เชื่อมโยงภายใน คือ ลิ้งค์ที่เชื่อมในสไลด์นั้นๆในไฟล์เดียวกัน แต่ลิ้งค์ภายนอก อาจเป็นการเชื่อมถึงอีกไฟล์หรืออินเตอร์เน็ต
 
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ อินเตอร์เน็ต โปรเจกเตอร์ ดาวเทียม
 
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ Microsoft Powerpoint เพราะ เป็นโปรแกรมที่ใช้ง่าย หลายคนรู้จักและใช้เป็น และยังสามารถนำเสนอได้ทั้งภาพและเสียง ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
 
7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft Powerpoint สามารถทำได้อย่างไร
ตอบ 1. ให้คลิกจากเมนู  File > New
       2. คลิกที่ On my computer
       3. คลิกแท็บ Presentations ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม 
       4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ
       5. คลิกปุ่ม ok
       6. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่าย
และรวดเร็วยิ่งขึ้น
 
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft Powerpoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
ตอบ เลือกกล่องข้อความหรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนไหว แล้วคลิกที่แทบด้านบน"นำเสนอภาพนิ่ง" แล้วเลือก "การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง" เลือกลักษณะตามต้องการ
 
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม
ตอบ 1. Microsoft office word 2. Microsoft PowerPoint 3. Microsoft excel
 
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft Powerpoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร
ตอบ ได้ เพราะเราสามารถใช้เครื่องมืออื่นๆช่วยได้ เช่น ใช้รูปภาพ แผนภูมิ กราฟ เสียง หรือวีดีโอแทนได้
 
11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft Powerpoint หรือไม่อย่างไร
ตอบ ไม่จำเป็น เพราะ เราอาจจะอัพโหลดขึ้นเวปไซต์ ฉายโปรเจกเตอร์ หรือเปิดในคอมพิวเตอร์
 
12.Microsoft Powerpoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
ตอบ ได้ เพราะ ถ้าเรากด"แทรก"ที่แถบด้านบน เลือก "รูปภาพ,ภาพตัดปะ,ภาพยนต์ หรือเสียง" เลือกไฟล์ตามต้องการ
 
13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร
ตอบ สามารถมองภาพรวมได้เข้าใจมากกว่า
 
14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft Powerpoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
ตอบ ฮาร์ดแวร์ - Server  ซอฟต์แวร์ - Microsoft Hyper-V Server
 
15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
ตอบ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรทัศน์ โทรศัพท์

โปรแกรมภาษาปาสคาลPascal

posted on 18 Jul 2011 13:41 by sasupansa

โปรแกรมภาษาปาสคาลPascal (ชื่อของ Blaise Pascal)

 ภาษาปาสคาลเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดย Niklaus Wirth และได้ตั้งชื่อว่าปาสคาล (Pascal) เพื่อให้เกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Blaise Pascal ภาษาปาสคาล พัฒนามาจากภาษา Algol โดยพัฒนาให้เป็นภาษาสำหรับฝึกหัดเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาษาปาสคาลจะมีลักษณะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์แบบประมวลความหรือคอมไพเลอร์ (Compiler) เมื่อเทียบกับภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงอื่น ๆ จะพบว่าภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่มีการวางระบบและจัดรูปแบบที่มีโครงสร้างแน่นอน ตายตัว จึงทำให้ภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่เหมาะสำหรับการเขียนโปรแกรมโครงสร้าง (Structured Program) มากกว่าภาษาอื่น ๆ ที่ใช้กันอยู่จึงทำให้ได้รับความนิยมและนำมาประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย
1.1 โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล
โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM ตามด้วยชื่อของโปรแกรม และจบบรรทัดด้วย ;รูปแบบPROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);
ตัวอย่าง
PROGRAM EXAM1;
PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);
ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือว่า INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ
2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้
2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร
รูปแบบ 
VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;
ตัวอย่าง
VAR I,J,K : INTEGER;
NAME : STRING;
SALARY : REAL;

2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่
รูปแบบ   TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;
ตัวอย่าง
TYPE SCORE = INTEGER;
WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI);
VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE;
DAY : WEEK;
จากตัวอย่างต้องประกาศชื่อแบบของตัวแปรก่อนแล้วจึงประกาศชื่อตัวแปรที่เป็นแบบ
2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่
รูปแบบที่ 1   CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;
รูปแบบที่ 2   CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;
ตัวอย่าง
CONST HEAD = ‘EXAMINATION’;
CONST A = 15;
CONST SALARY : REAL = 8000.00;

2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม
รูปแบบ LABEL รายชื่อของ LABEL;
ตัวอย่าง
LABEL 256,XXX;
เช่น GOTO 256; GOTO XXX;

3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”
ตัวอย่าง
BEGIN
Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ;
END.

1.2 ชื่อ (Identifier)
ชื่อ คือคำที่ตั้งขึ้นเพื่อกำหนดใช้เป็นชื่อของโปรแกรม โปรแกรมย่อย ตัวแปร แบบของตัวแปร และค่าคงที่
การตั้งชื่อ
1. ตัวอักขระ (character) ที่นำมาใช้ คือ ตัวอักษร ตัวเลข และ (_) Underline
2. จะนำเครื่องหมายใด ๆ มาใช้เป็นชื่อไม่ได้
3. ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร หรือขีดล่าง
4. ความยาวของชื่อไม่เกิน 30 ตัว แต่จะมีความหมายเพียง 8 ตัวแรกเท่านั้น

1.3 คำ (Word)
คำในภาษาปาสคาล แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1. พวกที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ได้แก่ แบบของข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่
2. พวกที่เกี่ยวกับคำสั่ง ได้แก่ คำสงวน (Reserved word) คำมาตรฐาน (Standard word) คำใหม่ (User defined word)

1.4 ข้อมูล (Data)
ภาษาปาสคาล แบ่งประเภทของข้อมูลเป็น 4 แบบ คือ แบบมาตรฐาน แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนด แบบโครงสร้าง และแบบพอยน์เตอร์
แบบมาตรฐาน เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในโปรแกรมทั่ว ๆ ไป เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นลำดับที่มีค่ามากน้อยตามลำดับ แบ่งเป็น 5 ประเภท
1. Integer เป็นข้อมูลเลขจำนวนเต็ม
2. Real เป็นข้อมูลเลขจำนวนจริงมีทศนิยม
3. Character เป็นข้อมูลตัวอักษร
4. String เป็นข้อมูลของชุดตัวอักษร เช่น String [30] เป็นการะบุค่าของสตริงว่ามีขนาด 30 ตัวอักษร
5. Boolean เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นไปได้ 2 ค่า คือ เป็นจริง (true), เป็นเท็จ (false) ตัวดำเนินการ (operators) ที่ใช้ในภาษาปาสคาล ได้แก่
NOT ให้กลับค่าทางคณิตศาสตร์ของ Boolean เช่น Not true เป็น false
* ให้คูณเลขทางซ้ายกับเลขทางขวา
/ ให้หารโดยเลขทางซ้ายเป็นตัวตั้ง เลขทางขวาเป็นตัวหาร
DIV ให้หารแบบตัดเศษทิ้ง ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
MOD ให้หาเศษของการหาร ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
AND ให้ความเป็นจริง เมื่อทั้ง 2 กรณีเป็นจริงทั้งคู่
OR ให้ ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริง เช่น (X MOD Y = 0) 0R (x-y = 0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็นศูนย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 2 อย่าง
XOR ให้ ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริงเท่านั้น เช่น (X MOD Y Y= 0) XOR(X-Y=0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็น 0 อย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน

     แบบผู้เขียน โปรแกรมกำหนดขึ้น ภาษาปาสคาลอนุญาตให้ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดรูปแบบของข้อมูลขึ้นมาใช้งานเฉพาะ ภายในโปรแกรมได้เอง โดยการประกาศไว้ในคำสั่ง VAR หรือ TYPE แบ่งเป็น 2 แบบ
1. กำหนดแบบใหม่ เป็นการกำหนดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อใช้เฉพาะโปรแกรมนั้น ๆ
ตัวอย่าง
TYPE color = (yellow,blue,red);
VAR dd = color;
ดังนั้น dd เป็นตัวแปรที่มีค่า 3 ค่า คือ yellow, blue, red

2. กำหนดช่วงของค่าข้อมูล เป็นการกำหนดช่วงของค่าของข้อมูลเฉพาะตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งที่ใช้ภายในโปรแกรม
ตัวอย่าง
TYPE NUM = 0..50;
VAR X : NUM;
ดังนั้น X จะเป็นตัวแปรที่มีค่าในช่วง 0 ถึง 50
     
     แบบโครงสร้าง เป็นการนำเอาข้อมูลแบบมาตรฐานหรือข้อมูลที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้นมาจัด ให้มีระบบ มีโครงสร้างเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ การจัดข้อมูลโครงสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ข้อมูล Array, set, record และ file
     แบบพอยน์เตอร์ เป็นข้อมูลที่เป็นดัชนีสำหรับระบุข้อมูลอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลแบบนี้จะซับซ้อน ค่าของข้อมูลแบบพอยน์เตอร์จะไม่เป็นตัวเลข, ตัวอักษร แต่จะมีค่าเป็น address ในหน่วยความจำ RAM ที่ข้อมู